December 11, 2019

Mirror Mirror

ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเสน่ห์แรงไม่สร่างชา เตี้ยมฉู่ หรือ ตึกแถวหน้าแคบทว่ายาวลึกสถาปัตยกรรมแบบ ชิโน – ปอร์ตุกีส (Chino- Portuguese) มรดกจากอดีตยังคงเรียงรายกลายเมือง บางอาคารก็ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตัวอย่างชั้นดีคือ ร้านอาหารใหม่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆเมื่อ 3 – 4 เดือนก่อนนามว่า มิเรอร์ มิเรอร์ (Mirror Mirror) ในอาคารโบราณเกือบ 100 ปี

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความอร่อยคือ คุณปอย – อิทธิพร สามารถ เชฟหนุ่มอัธยาศัยดีที่พ่วงบทบาทเจ้าของร้านอีกหนึ่งตำแหน่ง คุณปอยไม่ใช่คนภูเก็ต หากเป็นหนุ่มกรุงเทพฯที่เคยทำงานเงินเดือนดีย่านสุขุมวิทมาเกือบสิบปี ก่อนจะพบว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องการอีกต่อไป

เขาตัดสินใจลาออกและสมัครเข้าเรียนทำอาหารที่ Le Cordon Bleu Dusit Culinary School ตามความชอบดั้งเดิมของตัวเอง

เมื่อสั่งสมประสบการณ์ทางงานครัวมาได้พักใหญ่ คุณปอยก็มุ่งหน้าลงใต้สู่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดที่เขาโปรดปรานเป็นการส่วนตัวและลงมือเปิดร้านอาหารร้านแรกขึ้นเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ตามติดมาด้วยร้าน มิเรอร์ มิเรอร์ แห่งนี้โดยเลือกที่จะเลิกกิจการร้านแรกมาทุ่มเทให้ มิเรอร์ มิเรอร์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

…บางทีผมทำอาหารเสร็จ ก็เดินเอามาเสิร์ฟเอง ออกมาคุยกับลูกค้า ใครอยากรับประทานอะไรก็บอกกันได้ ถ้าเป็นของสดที่ต้องอิมพอร์ตเข้ามา เราก็ไม่ได้มีตลอดเพราะว่าเราไม่สต็อควัตถุดิบแบบนี้ ลูกค้าก็จะบอกล่วงหน้า…

…อย่างเดือนที่แล้วลูกค้ารีเควสว่าอยากรับประทานหอยจากฝรั่งเศส เราก็สั่งเข้ามาเป็นร้อยตัว ลูกค้าก็รวมตัวกันสัก 20-30 คน เหมือนเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ นัดกันมารับประทานหอยทุกคนก็เอ็นจอยสนุกสนาน…”

คุณปอยบอกกับเราว่าร้านของเขานั้นนำเสนออาหารรูปแบบ Contemporary French American มองแล้วเหมือน Comfort Food ว่าด้วยอาหารที่ดูเรียบง่าย แต่ขั้นตอนการปรุงนั้นพิถีพิถันแบบครัวฝรั่งเศสแท้ และก็ไม่ได้เข้าใจยากจนต้องปีนบันไดกิน

ส่วนเมนูที่เชฟปอยเลือกมาให้รับประทานวันนี้ ก็อร่อยจนเก็บไปฝันตั้งแต่จานหลักจนถึงจานหวาน เริ่มต้นด้วย Grilled Caesar Salad สลัดซีซาร์ย่างที่หอมแสนหอม และรสกลมกล่อมด้วยน้ำมันแอนโชวี่

ต่อด้วย Duck Leg Confit  สูตรเฉพาะของร้านที่ใช้เวลาทำนานถึง 12 ชั่วโมง ตามติดมาด้วย Pork Chops ที่หน้าตาดูเรียบง่าย หากความจริงแล้วต้องผ่ากลางแล้วยัดเม็ดมัสตาร์ดและสมุนไพรเข้าไปภายใน จากนั้นยั้งต้องผ่านการ ซูส์ วีด (sous vide) คือนำอาหารใส่ถุงสุญญากาศแล้วค่อยๆนำไปทำให้สุกนานถึง 3 ชั่วโมง

จานต่อมาคือ Baked Rigatoni พาสต้าปล้องใหญ่ชุ่มฉ่ำอยู่ในชีส 4 ชนิดได้แก่ บลูชีส..พาร์เมซาน…เชดดาร์ และกรุยแยร์

จานสุดท้องหนักท้องหน่อยด้วย Special Black Burger เลือกได้ว่าจะเป็นหมูหรือเนื้อขนมปังเบอร์เกอร์สีดำนั้นมีส่วนผสมของถ่านไม้ญี่ปุ่น ดูแปลกตาและน่าสนใจ

ท้ายสุดมาถึงของหวาน เชฟปอยเลือกมาสองจาน อย่างแรกคือ Crepe Suzette เครปส้มใส่เหล้าพอหอมๆ ที่สำคัญแป้งเครปเขาจะทำสดเฉพาะเมื่อมีคนสั่ง ไม่ทำค้างไว้

จานต่อมาอร่อยปลื้มลิ้นที่สุดคือ Profiteroles เสิร์ฟ แป้งชูซ์ (Choux) สูตรลับของเชฟปอย มีรสละมุนลิ้นอย่างน่าประทับใจ เป็นการจบมื้ออย่างหรรษาและมีความสุข

กระจกมากมายที่ใช้ตกแต่งอยู่รอบร้านสะท้อนภาพมุมอันหลากหลาย เป็นไปตามแนวคิดหลักของร้าน Mirror Mirror : The Reflection of Your Taste ราวกับจะบอกว่าความอภิรมย์ในการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างไร ก็บอกได้จากสิ่งที่เราเลือกหาใส่ท้องนั่นเอง